5 ทริคเลือกผ้าปูที่นอนที่ช่วยให้หลับสบายแถมห้องสวย

5 ทริคเลือกผ้าปูที่นอนที่ช่วยให้หลับสบายแถมห้องสวย

ห้องนอน เป็นห้องที่เรามักจะใช้เวลาอยู่ด้วยนานที่สุด เพราะเป็นห้องของเราเองและยังเป็นห้องที่ใช้ในการพักผ่อนอีกด้วย ซึ่งเวลานอนเป็นเวลาที่ร่างกายของเราได้พักผ่อนดีที่สุด ดังนั้นการที่เรามีผ้าปูที่นอนดี ๆ สักผืนก็สามรถช่วยให้การนอนของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยิ่งในปัจจุบันผ้าปูที่นอนนั้นมีให้เลือกหลากหลายแบบทั้งโทนสีที่มากมาย และเนื้อผ้าที่หลายหลาย ดังนั้นเราควรเลือกผ้าปูที่นอนให้เข้ากับห้องซึ่งเราก็มีวิธีช่วยเลือกผ้าปูที่นอนที่ดีมาฝาก 5 ทริคเลือกผ้าปูที่นอนที่ช่วยให้หลับสบายแถมห้องสวย ช่วยเลือกผ้าปูที่นอนที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์และเข้ากับห้องนอนของเรา

5 ทริคเลือกผ้าปูที่นอนที่ช่วยให้หลับสบายแถมห้องสวย

1. เลือกสีและลวดลาย

หลาย ๆ คนที่แต่งห้องคงจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งให้เป็นโทนสีเดียวกัน เพื่อความคุมโทน ซึ่งการเลือกผ้าปูที่นอนนั้นก็สามารถเลือกได้ตามความชอบของเรา ซึ่งอาจจะ เลือกโทนสี หรือลวดลายผ้าปูที่นอน ให้ใกล้เคียงกับโทนสีของห้องเป็นส่วนใหญ่ เช่น ผ้าปูที่นอนโทนอ่อน หรือสีสว่างไม่มีลวดลาย จะให้ความรู้สึก อบอุ่น เรียบง่าย ดูมีความสบายตาน่าอยู่ โทนสีสดใส พาสเทล หรือพวกมีลวดลายจะให้ความรู้สึกของห้องที่น่ารัก สดใส มีความสนุก โทนสีเข้มจะให้ความรู้สึกของห้องที่ดูเท่ น่าค้นหา มีความน่าสนใจ ทันสมัย ซึ่งการเลือกผ้าปูที่นอนนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบของเจ้าของห้องที่สามารถเลือกได้เองว่าเราอยากจะได้ผ้าปูที่นอนสีอะไร

5 ทริคเลือกผ้าปูที่นอนที่ช่วยให้หลับสบายแถมห้องสวย -  เลือกสีและลวดลาย

2. จำนวนเส้นใย

สำหรับคนที่ต้องการความสบายในเวลานอนหลับนั้นการเลือกผ้าปูที่นอนก็เป็นสิ่งที่ควรใส่ใจเป็นอย่างมากนอกจากเรื่องของโทนสี และชนิดของผ้า เพราะสิ่งที่จะทำให้เราสามารถนอนหลับได้ดีมากขึ้นนั่นก็ คือ จำนวนเส้นใย เพราะผ้าปูที่นอน แต่ละรุ่น แต่ละแบรนด์นั้นมีจำนวนเส้นใยแตกต่างกัน จำนวนของเส้นใยที่เหมาะสมจะให้ผิวสัมผัสที่นุ่ม เย็นสบาย และช่วยให้เนื้อผ้าคงทนมากขึ้น จะมีจำนวนเส้นใยอยู่ที่ 300 – 600 เส้นใย/ตารางนิ้ว ซึ่งผ้าปูที่นอนยิ่งมีเส้นใยที่มากจะทำให้ผ้ามีสัมผัสที่นุ่มนวล ทั้งนี้ไม่ควรต่ำกว่า 200 เส้นใย และไม่เกิน 800 เส้นใย ซึ่งยิ่งมีจำนวนการทอของเส้นใยที่มากขึ้นราคาของผ้าปูก็จะยิ่งสูงขึ้นด้วย และต้องคำนึงถึงชนิดผ้าที่ใช้ทอควบคู่กันไปด้วย ซึ่งเราสามารถเลือกได้ตามความชอบและความสะดวกของเราว่าสามารถใช้ผ้าปูที่นอนแบบใด

5 ทริคเลือกผ้าปูที่นอนที่ช่วยให้หลับสบายแถมห้องสวย - จำนวนเส้นใย

3. ชนิดของเนื้อผ้า

การที่เราจะมีผ้าปูที่นอน ทำให้เรานอนหลับได้อย่างสบาย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนของเราได้ดีนั้นควรคำนึง ชนิดของเนื้อผ้า ที่เราต้องการจะใช้ ซึ่งในปัจจุบันก็มีผ้าหลายชนิดที่ใช้มาทอเป็นผ้าปูที่นอน ซึ่งชนิดของผ้าที่ได้รับความนิยมในบ้านเรามาก ๆ จะเป็นผ้า Cotton ที่ให้ผิวสัมผัสที่นุ่มสบาย อีกทั้งคุณสมบัติป้องกันความร้อนได้ดี ซึ่งเหมาะกับเมืองร้อนแบบเรามาก ๆ ซึ่งผ้า Cotton 100% หรือ “ผ้าฝ้าย” มีคุณสมบัตินุ่มเป็นพิเศษ เมื่อยิ่งซักก็ยิ่งนุ่มและทนมาก แต่มีข้อเสียเรื่องยับง่ายใช้เวลาในการรีดและมีราคาสูง เหมาะกับการนำมาใช้เป็นผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ปลอกผ้านวม นอกจากนี้ ผ้า Cotton ยังให้ความรู้สึกเย็นสบาย ป้องกันความร้อน ทำให้ผ้า Cotton ในไทยได้รับความนิยมสูงที่สุด และมีให้เลือกซื้อหลากหลายแบรนด์

ผ้าซาติน ที่มักจะเห็นกันโดยทั่วไปนั้นเป็นผ้าที่มีส่วนผสมของเส้นใยโพลีเอสเตอร์ 100% ทำให้เนื้อผ้ามีผิวสัมผัสที่นุ่ม ลื่น ดูสวยงาม ให้ความรู้สึกหรูหรา โรแมนติก แต่มีข้อเสียคือ เนื้อผ้าไม่ทนนัก เหมาะกับการนำมาทำเป็นผ้าคลุมโต๊ะ สเกิร์ตเตียง

ผ้า CVC ผ้าที่หลาย ๆ คนน่าจะชอบ เพรายับยากทำให้เตียงของเราดุสวยตลอดเวลา เป็นผ้าที่มีส่วนผสมระหว่างผ้า Cotton 50% และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ 50% คุณสมบัติของเนื้อผ้าค่อนข้างเป็นกลาง เนื่องด้วยมีส่วนผสมในอัตราส่วนที่เท่ากัน ทำให้ผ้าไม่ยับง่าย อีกทั้งยังมีความนุ่มและทนทาน แต่จะทนน้อยกว่าผ้า Cotton เหมาะกับเป็นผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ปลอกผ้านวม

– ผ้า TC ผ้าที่มีส่วนผสมของเส้นใยโพลีเอสเตอร์ 35% และ Cotton 65% เป็นผ้าที่ยับยาก เนื้อผ้าแข็งกระด่าง เหมาะกับการนำมาใช้เป็นสเกิร์ตเตียง เนื่องด้วยสเกิร์ตเตียงอยู่ด้านล่างของเตียง ซึ่งผ้าแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติ และความโดดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งเราสามารถเลือกซื้อได้ตามความเหมาะสมและตามความชอบของเรา ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลากหลายแบรนด์และหลากหลายราคามาให้ได้เลือกกันมากมาย

ทริคเลือกผ้าปูที่นอน - ชนิดของเนื้อผ้า

4. ขนาดที่เหมาะสม

การเลือกผ้าปูที่นอนนั้นเรา ควรวัดขนาดของเตียง เราไปด้วย เพราะผ้าปูที่นอนที่ดีและสามารถทำให้เตียงของเราสวยงามนั้น เป็นผ้าปูที่นอนที่มีความพอดีกับเตียง เพื่อจะได้ความตึงเรียบอันสวยงามเหมือนกับในโรงแรม ขนาดของที่นอนในประเทศไทยจะมีมาตรฐาน King bed 6′ ขนาด 6 X 6.5 ฟุต Queen bed 5′ ขนาด 5 X 6.5 ฟุต Single bed 3.5′ ขนาด 3.5 X 6.5 ฟุต และขนาดพิเศษนิยมสั่งทำ ใช้ในโรงแรม จะมีขนาด 7 x 6.5 ฟุต หรือมากกว่านั้น ซึ่งเราควรวัดขขนาดที่นอนของเราให้พอดีกับผ้าปูเพื่อที่ผ้าปูจะได้ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ซึ่งถ้าเล็กเกินไปอาจจะทำให้เวลานอนผ้าปูจะร่นขึ้นมาได้ หรือถ้าใหญ่เกินไปก็จะทำให้ผ้าปูย่น และดูไม่สวยได้

ทริคเลือกผ้าปูที่นอน - ขนาดที่เหมาะสม

5. เลือกซื้อตามวิธีการดูแล

ก่อนที่เราจะเลือกซื้อผ้าปูที่นอนแต่ละชนิดเราควรอ่าน หรือทำความเข้าใจวิธีใช้งาน วิธีเก็บรักษา วิธีดูแล หรือข้อควรระวังเกี่ยวกับชนิดของผ้านั้น ๆ เพราะผ้าแต่ละชนิด มีวิธีการดูแลรักษาเนื้อผ้าที่แตกต่างกัน การเลือกซื้อผ้าที่สอดคล้องกับเครื่องมือซักผ้าภายในบ้าน หรือเลือกซื้อตามความถนัดในการดูแลของเราก็จะเป็นสิ่งที่ดีกับตัวเรา เพราะผ้าบางชนิดมีคุณสมบัติดีมากแต่อาจจะมีการดูแลที่ยากและลำบากกับเรา ซึ่งอาจทำให้เราละเลยในการดูแล ซึ่งทำให้อายุการใช้งานของผ้านั้นสั้นลง

โดยปกติจะมีสัญลักษณ์ต่างๆ แสดงให้เห็นตรงป้ายผลิตภัณฑ์ เราควรศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสัญลักษณ์ในการดูแลผ้าพวกนั้น เช่น ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า ต้องซักน้ำอุ่น ห้ามอบแห้ง ห้ามรีด หรือห้ามซักแห้ง เพราะอาจจะทำให้ผ้าของเรามีคุณภาพลดลงและเสียหาได้ ดังนั้นควรเลือกชนิดผ้าที่เราสามารถดูแลได้เพื่อทำให้ผ้าปูที่นอนของเรามีอายุการใช้งานที่มากขึ้นและมีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดี

ทริคเลือกผ้าปูที่นอน - เลือกซื้อตามวิธีการดูแล

การนอนเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราต้องใช้เวลาด้วยมาก ดังนั้นการที่เรามีผ้าปูที่นอนดี ๆ สักผืนที่ช่วยทำให้เราสามารถนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยให้ห้องของเรานั้นสวยงามมากยิ่งขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดีที่เราควรคำนึงถึงการเลือกสรรผ้าปูที่นอนที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของเรา 5 ทริคเลือกผ้าปูที่นอนที่ช่วยให้หลับสบายแถมห้องสวย เป็นตัวช่วยในการเลือกผ้าปูที่นอนที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่ได้คำนึงถึง ซึ่งผ้าปูที่นอนที่ดีจะช่วยให้การนอนหลับของเราดียิ่งขึ้น และยังทำให้ห้องของเราดูสวยในแบบที่เราชอบ

สำหรับใครที่เลือกผ้าปูที่นอนที่เหมาะกับตัวเอง และช่วยทำให้นอนหลับสบายได้แล้วนั้น นอกจากผ้าปูที่นอนจะช่วยให้เรานอนหลับได้อย่างสบาย อากาศภายในบ้านก็สำคัญต่อการนอนเช่นเดียวกัน หากบ้านเรามีอากาศที่เย็นสบายตลอดเวลา ยิ่งจะทำให้เรานอนหลับได้ดีขึ้น และยังช่วยประหยัดไฟฟ้าภายในบ้านได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งวิ๊ทำให้บ้านเย็นนั้น ก็มีหลากหลายวิธีที่คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังบทความนี้ https://dasseburg.com/7-ways-keep-house-cool/